Zenterra Archive : Faction of Lemuria #2

Story : Re-Peat Again

Illust : KAZ, Kaskia, Char-Zin

Cathedral of Learning

                แม้วิหารแห่งการเรียนรู้จะถือเป็นส่วนหนึ่งของสภาสิบสองด้วย แต่ก็ถือว่าเป็นองค์กรที่มีอิสระในการตัดสินใจสูงพอสมควร วิหารแห่งการเรียนรู้นั้นมีหน้าที่ตรวจสอบหลักสูตรการเรียนการสอนที่ใช้อยู่ในสถาบันของเกาะต่างๆ ทั้งช่วยพัฒนาเนื้อหา และป้องกันไม่ให้มีการสอนในสิ่งที่นอกลู่นอกทาง โดยสิบเอ็ดสถาบันที่อยู่ในระบบของวิหารนั้นจะถือเป็นสถาบันหลักของเลมิวเรีย และถือว่านักเรียนของสถาบันเหล่านี้เป็นจอมเวทที่ได้รับการรับรองจากสภาสิบสองแล้ว โดยสถาบันทั้งสิบเอ็ดแห่งมีดังนี้

                สถาบันอาคาเดียแห่งเกาะอาคาเดีย เป็นสถาบันฝึกฝนเวทมนตร์ขั้นพื้นฐานจนถึงระดับสูง รวมถึงบทบาทและจริยธรรมของผู้ใช้เวทมนตร์ทั้งหลาย เด็กๆ ส่วนใหญ่ที่ปรารถนาจะเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ ต้องมาศึกษาที่นี่ก่อนจะไปศึกษาต่อที่สถาบันอื่น

                ออลรูทแห่งเกาะโบทาเนีย หลักสูตรชั้นสูงของเวทเชื่อมต่อ เวทพิทักษ์ เวทรังสรรค์ และความรู้ในด้านชีววิทยา มุ่งเน้นพิเศษในด้านการผสมผสานกับวิญญาณแห่งธรรมชาติ

                ดิเอ็ดจ์แห่งเกาะสคอร์เซีย หลักสูตรชั้นสูงของเวทเชื่อมต่อ เวทประทับ และความรู้ในงานช่าง มุ่งเน้นพิเศษในด้านการสร้างวัตถุเวทมนตร์

                สถาบันมิเลเซียนแห่งเกาะโพเทนไคม์ หลักสูตรชั้นสูงของเวทเชื่อมต่อและเวทสัญญา มุ่งเน้นเป็นพิเศษในด้านการสัมผัสวิญญาณของสรรพสิ่ง

                ปราสาทดรูเมลเซอร์แห่งเกาะกรานาดา หลักสูตรชั้นสูงของเวทรังสรรค์ โดยเฉพาะเวทรังสรรค์ลวง

                แฟงคลินอีสเตทแห่งเกาะซานทอเรียม หลักสูตรชั้นสูงของเวทรังสรรค์ เวทประทับ และความรู้ในด้านเครื่องยนต์กลไก มุ่งเน้นการสร้างสิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์

                ปราสาทคาทาลิสต์แห่งเกาะวาเลนเซ หลักสูรชั้นสูงของเวทรังสรรค์และองค์ความรู้ในการเล่นแร่แปรธาตุ

                เวโรนิก้าเฮ้าส์แห่งเกาะเอเลมัส หลักสูตรชั้นสูงของเวทเชื่อมต่อและเวทประทับ รวมถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับสภาพดินฟ้าอากาศ

                ปราการลาซารัสแห่งเกาะเดโมเนีย หลักสูตรชั้นสูงของเวทเชื่อมต่อและเวทสัญญา มุ่งเน้นเป็นพิเศษในการศึกษามิติลี้ลับที่เรียกว่าเดอะวอยด์

                ชิฟเวอริ่งลอดจ์แห่งเกาะเอเวอร์วินเทอร์ หลักสูตรชั้นสูงของเวทประทับและเวทเชื่อมต่อ มุ่งเน้นเป็นพิเศษในการศึกษาการดึงพลังจากวัตถุเวทมนตร์

                อาร์เวนฟอลล์แห่งเกาะอาเครอน แม้ในระบบจะบันทึกไว้ว่าให้การศึกษาเกี่ยวกับเวทเชื่อมต่อ แต่เป็นที่รู้กันว่าพวกเขาสอนทั้งเรื่องคำสาป และการทำสัญญากับสิ่งที่อยู่ในความมืดด้วย

                ตัววิหารแห่งการเรียนรู้นั้นตั้งอยู่ในมาเอสโตรลอดจ์ของเกาะอาคาเดีย เคียงข้างกับหอสมุดไลบราลินธ์ สมาชิกของวิหารล้วนประกอบด้วยคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันต่างๆ โดยมีสถาบันอาคาเดียเป็นศูนย์กลาง ในปีหนึ่งจะมีวาระการประชุมสามัญสองครั้ง ซึ่งก็เช่นกันกับสภาสิบสอง ที่ปัจจุบันนี้ไม่ได้รับความร่วมมือจากหลายๆ เกาะเท่าที่ควร ทำให้หลักสูตรบางส่วนที่บันทึกไว้ในระบบของวิหารตกยุคและไม่ตรงกับที่ถูกนำมาใช้สอนจริงแล้ว

The Librarynth

                ผู้บันทึกประวัติศาสตร์ บรรณารักษ์แห่งห้องสมุดเวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาคาเดีย และดูเหมือนจะยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ไลบราลินธ์คือห้องสมุดเขาวงกตที่ซับซ้อนและกว้างใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตมาเอสโตรลอดจ์แห่งเกาะอาคาเดีย เป็นสถานที่เก็บรวบรวมภูมิปัญญาความรู้และประวัติศาสตร์มากมายจากทั่วทั้งเซ็นเทอร์ราเอาไว้ แบ่งลำดับหมวดหมู่ของชั้นความลึกในเขาวงกตตามความสำคัญและความเก่าแก่ของหนังสือ เปรียบเสมือนคลังข้อมูลของโลกทั้งใบ ซึ่งแม้แต่เหล่าดิไวน์เนอร์ยังต้องมาขอใช้บริกรอยู่บ่อยครั้ง

                นอกเหนือจากการพิทักษ์องค์ความรู้อันยิ่งใหญ่แล้ว พวกบรรณารักษ์ยังมีหน้าที่คอยถอดข้อความจากบันทึกเก่าแก่ของพวกดิไวน์เนอร์มาเรียบเรียงใหม่ให้อ่านง่ายขึ้น ซึ่งบันทึกพวกนี้มักเขียนด้วยอักษรรูนที่เข้าใจยาก เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ได้สะดวกขึ้น และเพื่อเก็บรักษาตัวหนังสือต้นฉบับเอาไว้ด้วย นอกจากนี้พวกเขายังต้องเขียนบันทึกประวัติศาสตร์เหตุการณ์ปัจจุบันอย่างละเอียดตลอดเวลา เพื่อเก็บรวบรวมเรื่องราวทั้งหลายเอาไว้ในห้องสมุดแห่งนี้ต่อไป โดยบันทึกเหล่านี้ถูกเรียกว่าเซ็นเทอร์ราอาร์คไคฟ์ ถือว่าเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ที่ดีที่สุดของเซ็นเทอร์ราเลยทีเดียว

                ท่ามกลางบรรดาหนังสือมากมายนับไม่ถ้วนของไลบราลินธ์ พวกบรรณารักษ์เชื่อกันว่ายังมีพื้นที่อีกมากมายและหนังสืออีกหลายเล่มที่พวกเขายังไม่อาจหาพบ หนทางของห้องสมุดเขาวงกตนั้นยิ่งลงไปลึกก็ยิ่งซับซ้อน ในอดีตมีคนจำนวนไม่น้อยที่หายสาบสูญไปในห้องสมุดแห่งนี้

Humble Whisperer

            เหล่าสาวกผู้ศรัทธาในตัวดีมิเทอร์ แม้ว่าเจ้าเกาะโบทาเนียจะไม่เคยวางตัวเป็นเทพเหมือนอย่างพวกแองเจิลแห่งอวาลอน แต่ความยิ่งใหญ่ของเธอก็ทำให้มีผู้คนจำนวนไม่น้อยยอมถวายความภักดีและติดตามรับใช้ พวกเขามักจะรวมตัวกันที่วิหารฟลอเรียเพื่อสวดภาวนาและถวายเครื่องสักการะแก่ดีมิเทอร์ ซึ่งดิไวน์เนอร์แห่งโบทาเนียก็จะนำเครื่องบรรณาการไปแจกจ่ายต่อผู้ยากไร้อีกทอดหนึ่ง

                พวกเขามีธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาหลายอย่าง ทั้งเรื่องการเป็นมิตรต่อธรรมชาติ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจนัก เพราะนั่นเป็นวิถีทางหลักๆ ของดีมิเทอร์อยู่แล้ว แต่พวกเขาไม่ใช่พวกคนสวน แม้จะมีส่วนหนึ่งเป็นพวกคนสวนด้วยก็ตาม แต่สาวกเสียงกระซิบของแท้นั้นอ่อนน้อมและเรียบง่ายกว่านั้นมาก นอกจากนี้ที่มาของชื่อสาวกเสียงกระซิบยังได้มาจากธรรมเนียมอย่างหนึ่งของพวกเขา นั่นคือการพูดคุยกันด้วยเสียงกระซิบกระซาบเท่านั้น ซึ่งพวกเขาอ้างว่าเพื่อให้เสียงของพวกเขารบกวนธรรมชาติน้อยที่สุด แน่นอนว่าข้อนี้ทำให้หลายๆ คนมองว่าพวกเขาสุดโต่งไปเล็กน้อย

                แน่นอนว่าการปล่อยให้พวกสาวกวางตัวเช่นนี้ต่อไป ย่อมกระทบกระเทือนต่อความสัมพันธ์กับศาสนาลูมินอสแน่ แม้ดีมิเทอร์จะไม่ได้เข้ารีตศาสนาใด แต่เธอก็โอนอ่อนให้แก่ลูมินอสมาตลอด ในขณะที่เธอปรารถนาจะอยู่อย่างสงบสุข แต่บางครั้งสาวกของเธอก็เริ่มเอาแนวคิดของกลุ่มไปเปรียบเทียบกับหลักการของศาสนาลูมินอสอย่างไม่สมควรอยู่บ่อยๆ ทำให้มีความตึงเครียดเกิดขึ้นเป็นระยะๆ

Order of Frozen Heart

                ภาคีอัศวินหัวใจเยือกแข็งแห่งเกาะเอเวอร์วินเทอร์ ดาบอันเหน็บหนาวผู้ถวายตนรับใช้บัลลังก์เหมันต์ของเอลิซ่า เจ้าหญิงพายุหิมะ พวกเขาคือกลุ่มอัศวินเวทมนตร์ที่เก่งกาจเทียบเคียงอาร์เคนคลอว์ แม้จะมีจำนวนน้อย แต่ก็เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ คงอยู่เพื่อหน้าที่เพียงสองอย่างเท่านั้น นั่นคือปกป้องและตอบสนองเจ้าหญิงพายุหิมะในทุกความปรารถนาโดยไม่มีข้อยกเว้น

                พวกอัศวินโฟรเซ่นฮาร์ททั้งหมดล้วนถูกคัดเลือกมาจากบรรดานักศึกษาที่มีผลคะแนนยอดเยี่ยมของชิฟเวอริงลอดจ์ เป็นที่รู้กันว่าเอเวอร์วินเทอร์นั้นโดดเด่นเรื่องการประทับพลังของอัญมณีเวทมนตร์เอาไว้ในร่างกาย ทำให้บรรดาอัศวินสีขาวเหล่านี้สามารถดึงพลังออกมาได้เกินขีดจำกัดของตัวเอง แม้เอเวอร์วินเทอร์จะรักสันโดษและไม่ค่อยมีปัญหากับใครนัก แต่ภาคีแห่งหัวใจเยือกแข็งก็พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์เสมอ เมื่อได้รับการอวยยศเข้าเป็นส่วนหนึ่งของภาคีแล้ว เหล่าคนหนุ่มสาวที่เข้มแข็งพวกนี้จะได้รับการประทับอัญมณีเวทมนตร์ระดับสูงไว้ในร่างกาย ซึ่งทำให้พวกเขาเข้มแข็งยิ่งขึ้น แต่อัญมณีระดับสูงพวกนั้นก็จะดูดกลืนพลังชีวิตของพวกเขาไปมหาศาลตลอดเวลาด้วยเช่นกัน

                 หัวหน้าของอัศวินโฟรเซ่นฮาร์ทนั้นคืออัสการ์ พี่ชายของเจ้าหญิงพายุหิมะ ซึ่งเขาเป็นคนก่อตั้งภาคีนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง อัศวินหัวใจเยือกแข็งเหล่านี้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาที่เอเวอร์วินเทอร์โดยไม่ตั้งใจ ด้วยเครื่องแบบสีขาวสุดเท่ห์และความอ่อนเยาว์งดงามเหมือนเกล็ดหิมะ ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยากไปเยือนลอดจ์ของพวกเขาสักครั้ง ก่อนที่เกล็ดหิมะเหล่านี้จะละลายหายไป แน่ล่ะ พวกเขาต้องอ่อนเยาว์อยู่แล้ว เพราะว่าฝังอัญมณีพวกนั้นเข้าไป พวกเขาทั้งหมดก็เลยมีอายุไม่ยืนยาวนักหรอก 

Sanguine Servant

                พวกข้ารับใช้โลหิตนั้นไม่ได้เป็นแวมไพร์ไปทั้งหมดอย่างที่หลายคนเข้าใจ พวกเขาหลายคนยังคงความบริสุทธิ์ของดวงวิญญาณเอาไว้ เพียงแค่รับใช้นายเหนือหัวแห่งหอคอยเที่ยงคืนเพื่อแลกกับผลตอบแทนที่คุ้มค่าเท่านั้น และเชซมูก็เป็นนายเหนือหัวประเภทที่รู้จักเลี้ยงดูบริวารเป็นอย่างดีเสียด้วย

                ในความเป็นจริงนั้น คนของหอคอยเที่ยงคืนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นแวมไพร์ และไม่ได้อาศัยอยู่ในหอคอยเที่ยงคืนด้วยซ้ำ หากลบสถานะดิไวน์เนอร์ผู้ย้อมวิญญาณของตนเป็นสีดำออกไป เชซมูเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งคนหนึ่ง เขาเป็นผู้ที่ควบคุมตลาดไวน์ เครื่องหอม และน้ำมันปรุงทั้งหลายทั่วทั้งเซ็นเทอร์รา ซึ่งล้วนเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่มีราคาสูง ตัวเชซมูนั้นมีทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์อยู่ในสามทวีปใหญ่ยกเว้นไฮเซ็นเบิร์กจำนวนไม่น้อย แถมเขายังสามารถขยายอาณาจักรการค้าออกไปได้อีกด้วยความร่วมมือของบรรดาข้ารับใช้โลหิตที่ร่ำรวยพวกนั้น ทรัพย์สินที่เขาครอบครองอยู่นั้นไม่เป็นรองตระกูลเร็กซ์เกริทหรือแม้แต่ราชวงศ์ฮอลล์แห่งอวาลอนเลย

                เพื่อแลกกับความช่วยเหลือในด้านต่างๆ พวกข้ารับใช้โลหิตนั้นจะต้องยอมรับเลือดส่วนหนึ่งของเชซมูมาไว้ในร่างของตนเอง คนที่ไม่ต้องการเปลี่ยนตัวเองเป็นแวมไพร์จะต้องบริจาคเลือดไว้เป็นบรรณาการแก่เชซมูเดือนละครั้ง ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วต่อความสำราญของราชันย์ผีดูดเลือดผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องผู้นี้

The Hollowest

                ต่างจากพวกสาวกผู้ไร้ชีพ หรือข้ารับใช้โลหิต พวกฮอลโลเวสนั้นไม่ได้มีแนวทางหรือบทบาทอันใดโดยตรงนัก พวกเขาคือเหล่าผู้ที่ถูกความปรารถนาอันแรงกล้ากลืนกินจนยอมทำสัญญากับราเฟรนเซ่ แม่มดแห่งความมืด เพื่อแลกดวงวิญญาณของตนกับการมีโอกาสได้รับความช่วยเหลือบางประการ โดยมีเงื่อนไขที่ต้องกระทำให้สำเร็จ ซึ่งแน่นอนว่าเงื่อนไขเหล่านั้นล้วนสมน้ำสมเนื้อกับความปรารถนาอย่างเต็มอัตรา

                ป่าทมิฬนั้นเป็นพื้นที่ปิดของปราสาทอาเชรอน การเดินทางไปนั้นต้องผ่านแบล็คเกทบนเกาะอาเครอนเข้าไปจนถึงบึงสีดำ เหล่าผู้ที่สิ้นหวังและทุกข์ทรมานด้วยช่องโหว่ในจิตใจต่างพากันเดินทางมายังปราสาทแห่งนี้ ก่อนจะเข้ารับบททดสอบที่อาจจะเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นสิ่งที่ว่างเปล่าที่ไร้ค่า ค่อยๆ สูญเสียสติสัมปชัญญะไป และกลายเป็นเพียงต้นไม้อีกต้นหนึ่งในป่าอันมืดมิดนี้เท่านั้น จึงมีคำกล่าที่ว่า ในป่าทมิฬ ทางที่ไปไม่อันตรายเท่าทางที่เลือก แต่ถ้าหากว่าผู้รับการทดสอบสามารถผ่านเงื่อนไขทั้งหมดไปได้ด้วยดี แม่มดแห่งความมืดจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ และเติมเต็มความปรารถนาของพวกเขาด้วยอำนาจทั้งหมดที่เธอมีอยู่

                มีหลายสิ่งเกี่ยวกับพวกฮอลโลเวสที่ยังคงคลุมเครือ พวกเขาบางส่วนที่สามารถเติมเต็มความปรารถนาของตนได้อาจกลับคืนสู่สังคมด้วยสถานะที่สมบูรณ์พร้อมขึ้น ในขณะที่บางคนเลือกที่จะอยู่รับใช้แม่มดในปราสาทอาเชรอนต่อไป อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องระวังตัวพอสมควร เพราะการขายวิญญาณนั้นทำให้พวกเขาถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้คืบคลานในความมืดเช่นกัน ฮอลโลเวสทุกคนถือเป็นสมบัติของแม่มดแห่งความมืด วิญญาณของพวกเขาเป็นของเธอ และนั่นทำให้เธอสามารถร้องขอความช่วยเหลือจากพวกเขาได้ หรือถ้าจะพูดในอีกแง่หนึ่งก็คือสามารถร้องขอความช่วยเหลือบางอย่างเพื่อเติมเต็มความปรารถนาให้แก่ผู้เข้ารับการทดสอบรายใหม่ได้นั่นเอง

Forgotten Cultist

                กลุ่มลัทธินอกรีตที่หลงใหลในสิ่งที่ตัวเองไม่มีวันเข้าใจ พวกเขาเชิดชูบูชาเสียงลึกลับที่ดังก้องอยู่ในเดอะวอยด์ เฝ้ารับใช้ภาพหลอนอันตรายพวกนั้น แน่นอนว่าพวกลัทธิผู้ถูกลืมส่วนใหญ่นั้ยนเป็นเหล่านักศึกษาสติแตกของเดโมเนีย แต่การสืบสวนของเฟเธอร์เอเจนท์เมื่อไม่นานมานี้ก็ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจออกมาว่ามีคนที่อยู่นอกเกาะเดโมเนีย หรือแม้แต่นอกหมู่เกาะเลมิวเรียจำนวนไม่น้อยที่ตกเป็นสาวกของลัทธิประหลาดนี้

                แม้จะมีการปราบปรามและกวาดล้างเป็นระยะๆ แต่ไม่ว่าจะอัศวินแห่งดิไวนัสหรืออาร์เคนคลอว์ก็ยังไม่สามารถจัดการกับพวกสาวกผู้ถูกลืมพวกนี้ไปได้อย่างหมดจดเสียที เนื่องด้วยข้อมูลที่มีอยู่น้อยนิด ประกอบกับสมาชิกส่วนใหญ่มักยอมตายดีกว่ายอมถูกจับกุม พวกสาวกผู้ถูกลืมนั้นเชื่อว่าสิ่งที่อยู่ในเดอะวอยด์คือผู้ที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่าทวยเทพ และจะสามารถนำพาโลกนี้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์แบบได้ พวกเขาจึงพยายามที่จะเชื่อมต่อมิติเดอะวอยด์เข้าสู่เซ็นเทอร์ราแบบถาวร ซึ่งนั่นก่อให้เกิดหายนะขึ้นบ่อยครั้ง และมันก็มักจะถูกโทษว่าเป็นฝีมือของพวกนักศึกษาของปราการลาซารัสเสมอ

                 ไม่มีใครรู้ว่าผู้นำของสาวกผู้ถูกลืมเป็นใคร ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขามีแหล่งชุมนุมอยู่ที่ไหน หรือติดต่อกันด้วยวิธีใด มีเพียงนามของคัมภีร์อัล อาซิฟที่เป็นที่รู้จักกันอย่างลับๆ ว่าเป็นหลักคำสอนสูงสุดของลัทธิ แต่ก็น่าเสียดายที่ยังไม่เคยมีเคยเห็นตัวคัมภีร์ที่ว่าจริงๆ เลยแม้สักครั้ง

Gnosticism

                ลัทธิประหลาดที่มีความเชื่อในการสละโลกวัตถุและกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของสายธารแห่งวิญญาณอย่างแท้จริง เป็นลัทธิเล็กๆ ที่ได้รับอิทธิพลมาจากทางแชงกรีลา มุ่งเน้นการค้นหาวิถีอันเที่ยงแท้ ปรารถนาจะค้นหาความลับของเหล่าดิไวน์เนอร์ ซึ่งแน่นอนว่านั่นทำให้พวกเขาถูกจัดอยู่ในกลุ่มพวกนอกรีตไปเต็มๆ

                เนื่องจากเป็นลัทธิที่มีเส้นทางความเป็นมาค่อนข้างยาวไกล ยากจะสืบสาวไปจนถึงต้นกำเนิดได้ จึงทำให้ยากจะระบุขอบเขตข้อมูลของลัทธินี้ ความเชื่อนี้แฝงตัวอยู่ในกลุ่มคนทุกชนชั้นของเลมิวเรีย แต่บรรดาผู้ศรัทธาต่างก็ไม่เปิดเผยตัวออกมา พฤติกรรมหนึ่งเดียวที่ทำให้พอจะจำแนกพวกเขาออกจากคนอื่นได้นั่นก็คือ พวกเขามุ่งมั่นแสวงหาความจริงอันเที่ยงแท้ ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าความจริงนั้นหมายถึงอะไร

                แม้จะถูกจัดอยู่ในหมวดพวกนอกรีต แต่ลัทธินี้ไม่ได้มีวิถีที่ก้าวร้าวแต่อย่างใด การคุกคามเดียวที่มี ก็คือการที่พวกเขาบังอาจท้าทายตัวตนของพวกดิไวน์เนอร์ ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่นั่นก็ยังไม่ใช่สาเหตุเพียงพอที่พวกดิไวน์เนอร์จะขอให้นักล่าพวกนอกรีตลงมือทำอะไรได้อย่างเต็มที่นัก จึงได้แต่คอยจับตาดูอยู่เงียบๆ เท่านั้น

Horizon Howl

                กองโจรเหินเวหาที่สร้างความหวาดหวั่นให้บรรดายานเหาะของไฮเซ็นเบิร์กมาแล้วหลายครั้ง พวกเขามักปรากฏกายบนหลังของกวางมีปีก เพอริตัน ออกปล้นสะดมจู่โจมพร้อมกับเสียงเห่าหอนน่าขนลุก ก่อนจะบินจากไปในเส้นขอบฟ้า เหยื่อของพวกเขาส่วนใหญ่เป็นอากาศยานขนส่งขนาดใหญ่ แต่บางครั้งพวกเขาก็ไม่ลังเลที่จะโจมตีหมู่บ้านเล็กๆ ที่ไม่ได้รับการปกป้องเช่นกัน

                ลำพังพฤติกรรมกองโจรนั้นก็ถือว่าผิดกฎหมายหนักในแทบทุกอาณาจักรอยู่แล้ว การที่พวกเขาจับสัตว์มายาที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเพอริตันมาเป็นพาหนะนั่นก็ยิ่งทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโกรธจนตัวสั่นไปกันใหญ่ มีการยืนยันชัดเจนว่าเพอริตันที่พวกเขาใช้นั้นจะถูกฝึกฝนและทารุณกรรมมาจนดุร้ายเป็นพิเศษ ทำให้พวกมันอันตรายเป็นอย่างมาก ในขณะที่สมาชิกของกองโจรเองก็เป็นจอมเวทฝีมือดีที่เชี่ยวชาญการใช้อาวุธได้หลากหลายด้วยเช่นกัน

                หากจะนับว่าพวกเขาเป็นฝันร้ายของเหล่าพ่อค้าวาณิชย์แห่งน่านฟ้าก็คงจะไม่ผิดนัก เลมิวเรียนั้นสามารถจัดการกับปัญหากองโจรได้อย่างราบคาบไปตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว การปรากฏตัวของฮอไรซันฮาวล์นับเป็นการท้าทายต่ออำนาจของสภาสิบสองอย่างอุกอาจ และที่สำคัญ พวกเขายังท้าทายอำนาจของจักรวรรดิไฮเซ็นเบิร์กไปพร้อมๆ กันด้วย

  • Google+ - White Circle
  • Twitter - White Circle
  • Facebook - White Circle

© 2017 by Commandeer TCG                                                                                                                                   
E-mail: commandeertcg@gmail.com
Tel: (66)85-1520522 , (66)813016679
148/4 Sukhumvit 22 Sukhumvit Road Klongtoey Bangkok 10110, Thailand