Zenterra Archive : The Beginning of Ages

ในตอนแรกสุด

ทั้งหมดก็เป็นเพียงความว่างเปล่าอันสับสนวุ่นวายเท่านั้น

Story : Re-Peat Again

Illust : KAZ

              นานมาแล้ว เหล่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงซึ่งเรียกตัวเองว่าดิไวน์เนอร์ได้เดินทางท่องไปในเอกภพอันไร้ขอบเขต ล่องลอยและเร่ร่อนอยู่ในห้วงกาลเวลาอันเป็นนิรันดร์ จนกระทั่งการเดินทางที่แสนยาวนานได้พาพวกเขามาพบกับดวงดาวที่มีศักยภาพสูงส่งดวงหนึ่ง มันเป็นดวงดาวที่มีพลังวิญญาณมหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน อาจเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มก้อนแห่งพลังงานที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบมา พวกดิไวน์เนอร์จึงตัดสินใจลงหลักปักฐาน และเริ่มสร้างแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ขึ้นมาบนดวงดาวนั้น ก่อนจะตั้งชื่อมันว่าเซ็นเทอร์รา เพื่อให้เป็นดินแดนศูนย์กลางแห่งสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย

                เพื่อความปลอดภัย พวกดิไวน์เนอร์ได้ตัดสินใจแยกพลังวิญญาณ หรือพลังงานแอสทรัลออกจากดวงดาวแห่งนั้น และเก็บมันไว้ในมิติทับซ้อนที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ โดยเรียกมันว่ากระแสธารแห่งวิญญาณ พลังแอสทรัลนั้นเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญอย่างยิ่งของเอกภพ เป็นพลังที่คงอยู่ในทุกสรรพสิ่ง มีความเข้มข้นมากน้อยแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เป็นแหล่งกำเนิดของทุกสิ่งทุกอย่าง ประกอบด้วยพลังสองส่วนคือด้านมืดและด้านสว่าง หมุนเวียนกลมกลืนจนไม่อาจแยกจากกัน ไม่อาจควบคุมหรือสร้างขึ้นใหม่ได้อย่างอิสระ มันเป็นพลังงานที่สามารถก่อให้เกิดความเป็นไปได้มากมายมหาศาล ซึ่งเหล่าดิไวน์เนอร์เลือกที่จะใช้พลังงานนี้เป็นต้นกำเนิดในการสร้างวิญญาณของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายขึ้นมา

                สิ่งมีชีวิตมากมายได้ถูกสรรค์สร้างขึ้นโดยฝีมือของเหล่าดิไวน์เนอร์ พวกเขาเริ่มต้นจากการสร้างสิ่งมีชีวิตชั้นล่างเช่นพวกสัตว์ต่างๆ ขึ้นมาก่อน เพื่อเรียนรู้และศึกษารูปแบบที่เหมาะสม สวนอีเดนแห่งแรกเสร็จสมบูรณ์ในเวลาไม่นาน เหล่าสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีสติปัญญาพวกนี้ได้เป็นผู้อยู่อาศัยกลุ่มแรกๆ ของเซ็นเทอร์รา จนกระทั่งเวลาที่เหมาะสมมาถึง พวกดิไวน์เนอร์จึงเริ่มก้าวไปสู่ขั้นตอนต่อไป

                จุดมุ่งหมายที่พวกดิไวน์เนอร์ปรารถนาก็คือการสร้างสิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญาและสามารถสร้างอารยธรรมเป็นของตัวเองได้ พวกดิไวน์เนอร์เริ่มใช้ตัวเองเป็นต้นแบบในการสรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆ ทำให้สิ่งมีชีวิตกลุ่มใหม่ได้รับอิทธิพลจากเหล่าผู้สร้างมาพอสมควร ครั้งนี้พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง เหล่าผู้ที่มีส่วนผสมของพลังแอสทรัลด้านสว่างมากกว่าถูกเรียกว่าพวกภูต ส่วนพวกที่มีส่วนผสมของด้านมืดมากกว่านั้นถูกเรียกว่าพวกอสูร ส่วนที่เหนือล้ำไปกว่านั้นคือพวกที่มีส่วนผสมของพลังทั้งสองด้านเท่ากัน พวกที่มีความสมดุลสูงที่สุด ซึ่งถูกเรียกว่ามนุษย์ โดยส่วนผสมของพลังแอสทรัลในวิญญาณของสิ่งมีชีวิตต่างๆ นั้นเป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่แรกเกิด และจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามประสบการณ์ที่ได้รับในการใช้ชีวิต

                มนุษย์ ภูต และอสูรได้กลายมาเป็นประชากรสามกลุ่มหลักของเซ็นเทอร์รา พวกเขาเริ่มสร้างถิ่นฐานบนผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ที่เหล่าดิไวน์เนอร์ตระเตรียมไว้ให้ มันคือยุคสมัยที่ถูกเรียกว่าสวนอีเดนลำดับที่สอง เป็นช่วงเวลาที่เปี่ยมไปด้วยความรุ่งโรจน์ ช่วงเวลาแห่งสังคมในอุดมคติ ทุกชีวิตล้วนดำเนินไปตามวิถีที่เหล่าดิไวน์เนอร์ชี้นำ พวกเขารับมอบความรู้มากมายมาจากเหล่าผู้สร้างอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ ปรัชญา หรือเวทมนตร์ ประชากรแห่งเซ็นเทอร์ราบูชาเหล่าดิไวน์เนอร์เสมือนผู้ปกครอง มีฐานะดุจเทพ สิ่งมีชีวิตทั้งหลายเชื่อฟังเทพของพวกเขาอย่างเคร่งครัด เพื่อที่วันหนึ่ง ดวงวิญญาณของพวกเขาจะมีโอกาสได้ถูกยกระดับขึ้นเป็นดิไวน์เนอร์ ได้รับชีวิตอมตะกับอำนาจมหาศาลเหล่านั้น ทุกเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในลักษณะนี้มาเป็นเวลาอีกนานแสนนาน

                สำหรับดิไวน์เนอร์นั้น พวกเขาเองก็มีลำดับชั้นทางสังคมเช่นกัน ในชั้นล่างสุดถูกเรียกว่าพวกเดวาเป็นประชากรส่วนใหญ่ของดิไวน์เนอร์ พวกเขาเป็นพวกที่ใกล้ชิดกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ มากที่สุด และมีพลังอำนาจในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้มีอิทธิพลต่อสรรพสิ่งในเซ็นเทอร์ราสักเท่าไหร่ ส่วนลำดับต่อมาคือพวกเดอุสเป็นพวกดิไวน์เนอร์ชั้นสูงซึ่งมีพลังอำนาจมากมายมหาศาล พวกเขามีจำนวนไม่มากนัก แต่มีบทบาทอย่างยิ่งในการวางโครงสร้างของสิ่งต่างๆ และสุดท้ายคือเหล่าเดย์ตี้พวกที่อยู่บนจุดสูงสุดของพลังอำนาจ มีเพียงจำนวนหยิบมือเท่านั้น แต่สามารถกำหนดความเป็นไปของสรรพสิ่งได้อย่างใจ พวกเขาคือสิ่งที่สูงส่งที่สุดในสายตาของบรรดาสิ่งมีชีวิตในเซ็นเทอร์รา และได้รับการเคารพบูชาอย่างสูง

                ในส่วนของโครงสร้างทางการปกครองนั้น แม้เหล่าเดย์ตี้ทั้งหลายจะมีศักดิ์ค่อนข้างเสมอกัน แต่พวกเขายกย่องให้      ดิไวน์เนอร์หญิงคนหนึ่งเป็นผู้คอยควบคุมดูแลทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นจิตวิญญาณที่อยู่เหนือทุกสรรพสิ่ง นามของเธอนั้นมีมากมายในหลากหลายอารยธรรม แต่เหล่าดิไวน์เนอร์ส่วนมากมักจะเรียกเธอด้วยตำแหน่งอันเป็นที่นับถือสูงสุด นั่นก็คือพระเจ้า

                เรื่องราวของเซ็นเทอร์ราควรจะดำเนินไปด้วยดีเช่นนี้ไปตลอด จนกระทั่ง อสรพิษแห่งบาปได้ปรากฏตัวขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์ ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใครและมาจากไหน งูผู้มากเล่ห์ได้เข้าไปตีสนิทกับลูซิเฟอร์ น้องชายของพระเจ้า เดย์ตี้คนสำคัญผู้คอยดูแลรักษากฎระเบียบต่างๆ ของเซ็นเทอร์รา และได้เริ่มชักจูงเขาเข้าสู่เส้นทางที่แปลกแยกออกไป

                ด้วยสายตาที่มืดบอด ผู้เป็นน้องชายหลงเชื่อคำยุยงของงูและหันคมดาบของตนเข้าสู่พระเจ้า พี่สาวผู้เป็นที่รัก เขาได้ชักจูงเอาสิ่งมีชีวิตมากมาย รวมถึงกระทั่งดิไวน์เนอร์บางส่วนไปเข้าร่วมกับฝ่ายมาร พวกสิ่งมีชีวิตที่เป็นภัยซึ่งคืบคลานอยู่ในนรก มิติทับซ้อนอีกแห่งหนึ่งซึ่งบิดเบี้ยวและเกรี้ยวกราด ไม่มีใครรู้ว่านรกนั้นคงอยู่มานานแค่ไหนและมีสภาพเป็นเช่นไร สงครามแห่งทวยเทพ สงครามครั้งแรกของเซ็นเทอร์ราได้อุบัติขึ้น และมันก็ได้ฝากรอยแผลเอาไว้บนโลกนี้อย่างร้ายกาจ

                แม้ท้ายที่สุด เหล่ามารแห่งนรกจะเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ แต่นั่นก็ต้องแลกมาด้วยชีวิตของพระเจ้าเช่นกัน ดิไวน์เนอร์ที่เหลืออยู่นำโดยเหล่าเซราฟิมทั้งเจ็ด ผู้สืบทอดหน้าที่ดูแลรักษากฎระเบียบของสรรพสิ่ง ได้จัดการผนึกทั้งลูซิเฟอร์ที่พวกตนเคยศรัทธารวมถึงพวกมารทั้งหลายกลับเข้าไปในนรกตามเดิม และปิดตายประตูนรกเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียนั้นเกินจะเยียวยา และเมล็ดพันธุ์ของบาปก็ได้ถูกหว่านลงไปในเซ็นเทอร์ราเรียบร้อยแล้ว

                ก่อนที่จะถูกผนึก น้องชายผู้หลงผิดได้ทิ้งสัตว์อสูรที่สร้างขึ้นจากเศษเสี้ยวของตัวเองเอาไว้ในเซ็นเทอร์ราสามตน พวกมันคือสัตว์อสูรล้างโลกซึ่งหลับใหลอยู่ตามส่วนต่างๆ ของแผ่นดิน เพื่อรอคอยวันที่เหล่าดิไวน์เนอร์อ่อนแรงลง หรือวันที่สิ่งมีชีวิตทั้งหลายเอนเอียงเข้าสู่วิถีแห่งบาปเมื่อไหร่ พวกมันก็จะลืมตาตื่นขึ้นมาและทำลายล้างเซ็นเทอร์ราอันเป็นที่รักของเหล่าดิไวน์เนอร์ให้สูญสิ้นเพื่อเป็นการล้างแค้น 

                แนวคิดแห่งบาปที่เหล่ามารได้เผยแพร่สู่โลกนี้ รวมไปถึงสิ่งมีชีวิตในความมืดอย่างพวกปีศาจซึ่งเป็นสาวกของพวกมารทั้งหลายยังคงคืบคลานอยู่ในเซ็นเทอร์รา คอยสร้างภัยพิบัติและความหวาดกลัวให้แก่ผู้คน สวนอีเดนที่สองพังพินาศย่อยยับ ซ้ำร้าย ในสงครามแห่งทวยเทพ พวกมารได้ใช้พลังเวทมนตร์อันมืดมิดมากมายฉีกทำลายความสมดุลของพลังงานแอสทรัลจนยับเยิน ทำให้เส้นทางที่ดวงวิญญาณของผู้วายชนม์ในเซ็นเทอร์ราที่จะหวนคืนไปสู่กระแสธารแห่งแอสทรัลนั้นเสียหาย จึงเริ่มมีวิญญาณหลงทางตกค้างอยู่ในภพภูมินี้นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

                ในช่วงเวลานั้นเอง หลังจากการสูญเสียผู้นำสูงสุดไป เหล่าดิไวน์เนอร์ทั้งหลายจึงเริ่มแยกตัวเป็นกลุ่ม กระจัดกระจายกันออกไปเช่นกัน โดยกลุ่มหลักๆ ที่แยกตัวออกไปจากกลุ่มหลักจะเป็นกลุ่มพราหมณ์ซึ่งมีอำนาจสูงส่งและเคยมีบทบาทอย่างยิ่งในการสร้างเซ็นเทอร์ราขึ้นมา กลุ่มไอยคุปต์ที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ และกลุ่มแอสการ์ดที่ทรงพลัง แม้กระทั่งเหล่าคามิผู้ล้ำเลิศ พวกเขาแยกย้ายกันไปสร้างเขตอิทธิพลของตัวเองขึ้นมาในดินแดนต่างๆ ของเซ็นเทอร์รา นอกเหนือจากอิทธิพลเก่าๆ ของกลุ่มแองเจิลซึ่งเป็น กลุ่มดั้งเดิม

                เหล่าดิไวน์เนอร์ทั้งหมดเริ่มรู้ตัวว่าอิทธิพลของพวกตนบนโลกนั้นมีมากเกินไป และอาจจะชักนำให้หายนะบังเกิดขึ้นได้อีก หากยังคงอยู่ร่วมกันอย่างใกล้ชิดเหมือนเช่นที่ผ่านมา พวกเขาจึงเลือกที่จะถอยห่างออกไป โดยถอยกลับไปอยู่ในสรวงสวรรค์ มหาเทวาลัย มิติทับซ้อนอีกแห่งที่พวกเขาสร้างเลียนแบบเซ็นเทอร์ราขึ้นมา และคอยเฝ้าดูแลเผ่าพันธุ์ต่างๆ จากดินแดนแห่งนั้นแทน

                เมื่อเทพผู้ปกครองขยับถอยห่างออกไป เผ่าพันธุ์ต่างๆ จึงเริ่มสร้างสรรค์รูปแบบวัฒนธรรมเป็นของตัวเองขึ้นมา อารยธรรมส่วนใหญ่นั้นยังคงยึดตามแนวทางของดิไวน์เนอร์ที่ดูแลพวกเขาอยู่ เพียงแต่เมื่อเหล่าดิไวน์เนอร์มีการแบ่งกลุ่มกันแล้ว แนวทางของอารยธรรมทั้งหลายจึงมีความแตกต่างกันมากขึ้น จนทำให้เกิดการแบ่งสรรพื้นที่ของเซ็นเทอร์ราออกเป็นทวีปใหญ่ๆ ขึ้นมาสามทวีป และมีการยกแผ่นดินขึ้นมาเป็นหมู่เกาะลอยฟ้า กลายเป็นอีกทวีปหนึ่งตามมาในภายหลัง สวนอีเดนลำดับที่สามได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

จากนั้นเรื่องราวทั้งหมดก็ดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้

  • Google+ - White Circle
  • Twitter - White Circle
  • Facebook - White Circle

© 2017 by Commandeer TCG                                                                                                                                   
E-mail: commandeertcg@gmail.com
Tel: (66)85-1520522 , (66)813016679
148/4 Sukhumvit 22 Sukhumvit Road Klongtoey Bangkok 10110, Thailand