กติกาพื้นฐาน

Basic Rules

ในเกมผู้เล่นจะได้รับบทบาทเป็นผู้บัญชาการทัพ เข้าต่อสู้กับผู้เล่นอื่น
โดยใช้ชุดการ์ดของตัวเองเสมือนเป็น เหล่าทหารที่อยู่ใต้บังคับบัญชา, แผนกลยุทธ
และ ยุทโธปกรณ์ของกองทัพตัวเอง

คือการ์ดที่เปรียบเหมือนเหล่าทหารที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้เล่น

 

  1. ค่า Command ของยูนิต

  2. ค่า Energy ของยูนิต

  3. ตัวเลขด้านบนคือค่าพลังโจมตีของยูนิต ตัวเลขด้านล่างคือค่าพลังชีวิตของยูนิต

  4. สัญลักษณ์บ่งบอกสังกัดของยูนิต

  5. ทิศทางการโจมตีของยูนิต

  6. ชือของยูนิต

  7. ความสามารถของยูนิต

  8. คุณลักษณะของยูนิต

Unit card

Please reload

Event card

คือการ์ดที่เปรียบเสมือนแผนกลยุทธ และ ยุทโธปกรณ์ของกองทัพของผู้เล่น

 

  1. ค่า Command ของการ์ดอีเวนท์

  2. ค่า Energy ของการ์ดอีเวนท์

  3. ประเภทของอีเวนท์
         Planning event – สามารถใช้ได้เฉพาะใน Planning Phase ของเรา
         Defensive event – สามารถใช้ได้เฉพาะใน Defending Phase ของเรา

        Ongoing event – การ์ดอีเวนท์ประเภทนี้ เมื่อใช้แล้วจะถูกติดอยู่บนยูนิต
ที่เป็นเป้าหมายของการ์ดอีเวนท์ไปจนกว่ายูนิตจะออกจากแบทเทิลฟิลด์

   4.สัญลักษณ์บ่งบอกสังกัดของอีเวนท์

   5.ชื่อของอีเวนท์

   6.ความสามารถของอีเวนท์

Play zone

แบทเทิลฟิลด์ ในเกมนี้จะแบ่งพื้นที่เป็นตาราง 6x6 ใช้ในการดำเนินเกม โดยมีตำแหน่งสำคัญดังนี้

​​​

  1. Start Position หรือ ตำแหน่งเริ่มต้น คือ ตำแหน่งที่เป็น 4 ช่องตรงกลางของแบทเทิลฟิลด์ โดยผู้เล่นคนแรกจะต้องเริ่มลงยูนิตของเขาใน 1 ใน 4 ช่องนี้
     

  2. ขอบสนาม – ยูนิตที่อยู่บนตำแหน่งเหล่านี้จะถูกลดพลังชีวิตลงเท่ากับตัวเลขที่ระบุไว้
     

  3. Commander Zone – ตำแหน่งสำหรับวางยูนิต Legendary เริ่มเกมของแต่ละฝ่าย
     

  4. Removed Zone – โซนสำหรับการ์ดที่ถูกนำออกนอกเกมด้วยความสามารถของการ์ดต่างๆ
     

  5. Deck Zone – โซนสำหรับวางกองการ์ดของผู้เล่น
     

  6. Retired Zone – โซนสำหรับวางการ์ดที่ถูกรีไทร์, ถูกจ่ายออกจาก Energy, ถูกทิ้งจากบนมือ หรืออื่นๆ
     

  7. Command Point – ตำแหน่งสำหรับจดนับค่า Command Point Command Point มีไว้ทำอะไร
    ►จ่ายเพื่อลง Unit หรือ ใช้ Event การ์ด
    ►จ่าย 1 CP เพื่อเคลื่อนย้ายยูนิตบนสนามของเรา 1 ใบ (วางไว้ตรงไหนก็ได้บนสนาม โดยต้องอยู่ติดกับการ์ดใบอื่น จะเป็นของฝ่ายเราหรือฝ่ายตรงข้ามก็ได้)
    ►จ่าย 1 CP เพื่อใช้ความสามารถ “Reinforce” หรือ เสริมกำลัง คือ การจั่วการ์ด 2 ใบขึ้นมือ หลังจากนั้นเลือกการ์ดบนมือเรา 1 ใบวางบน Energy Zone 
     

  8. Defeated Zone – โซนสำหรับวางยูนิตที่พ่ายแพ้จากแบทเทิลฟิลด์
     

  9. Energy Zone – โซนสำหรับวางการ์ดที่นำมาเป็น Energy

  1. เมื่อเริ่มต้นเกมส์ ผู้เล่นสามารถเลือกยูนิต Legendary ในกองการ์ดของตนให้เป็น Commander ของเราได้ เมื่อเลือกแล้ว ให้นำการ์ดใบนั้นไปวางไว้ที่ Commander zone ในสภาพคว่ำหน้า
     

  2. ผู้เล่นทั้งสองฝ่าย ทำการกำหนดผู้เล่นก่อนหลังโดยการเสี่ยงทาย
     

  3. ผู้เล่นทำการจั่วการ์ดขึ้นมาเป็นมือเริ่มต้นคนละ 6 ใบ
     

  4. หากไม่พอใจการ์ดในมือเริ่มต้นผู้เล่นสามารถทำการเปลี่ยนการ์ดในมือได้ โดยนำการ์ดในมือทั้งหมดสับกลับเข้ากับกองการ์ด แล้วจั่วการ์ดขึ้นมา 6 ใบ จากนั้น นำการ์ดในมือ 1 ใบ ไปไว้ใต้กองการ์ด หากต้องการเปลี่ยนการ์ดในมืออีกสามารถทำซ้ำได้ โดยที่จะต้องนำการ์ดในมือ ไปไว้ใต้กองการ์ด เพิ่มอีก 1 ใบ ต่อจำนวนครั้งที่ทำการเปลี่ยนการ์ดในมือ หลังจากจั่วมาแล้ว
     

  5. หงายการ์ด Commander ของผู้เล่น ผู้เล่นสามารถใช้ยูนิตใน Commander zone ได้เหมือนอยู่ในมือของผู้เล่น
     

  6. ผู้ที่เริ่มต้นเล่นก่อน จะมี Command point เพียง 2 point ในเทิร์นแรก
     

  7. ยูนิตแรกของเกมส์จะต้องวางใน 4 ช่องตรงกลาง (Start Position) ของสนามเท่านั้น

การเริ่มต้นเล่น

ในแต่ละเทิร์นของผู้เล่นจะมี 4 ขั้นตอน
 

  1. Planning Phase

  2. Defending  Phase (ฝ่ายตรงข้ามป้องกัน)

  3. Combat Phase

  4. End Phase

Planning Phase

        Planning Phase (วางแผนการรบ)
 

  1. เมื่อเข้าสู่ช่วง Planning Phase ความสามารถทุกอย่างที่เกิดเมื่อเริ่มต้นเทิร์นหรือเริ่มต้น Planning Phase จะสามารถสั่งใช้งานได้ตรงนี้ โดยผู้เล่นสามารถเลือกลำดับของความสามารถที่เกิดเอง จากนั้นผู้เล่นจะได้รับ 3 Command point แต่ในกรณีผู้ที่ได้เล่นเป็นคนแรก เทิร์นแรกจะได้เพียง 2 CP เท่านั้น
     

  2. วางยูนิตลงสนาม หรือ ใช้คำสั่ง “Reinforce” หรือสั่งเคลื่อนย้ายยูนิตกี่ครั้งก็ได้ ตราบเท่าที่ยังสามารถจ่ายค่าใช้งานได้
     

  3. เมื่อจบ Planning Phase หากเราไม่มี Unit อยู่บนสนาม เราจะแพ้ในทันที
     

  4. เมื่อผู้เล่นต้องประกาศจบ Planning Phase ของตน เพื่อให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามได้สิทธิ์ในการเล่น Defending Phase ของเขา
     

  5. ค่า Command point ทั้งหมดที่เหลืออยู่ จะถูกลบออกทั้งหมดเมื่อจบ Planning Phase
     

  6. การสั่งใช้งานความสามารถการ์ดต่างๆ ที่ไม่ได้มีการระบุช่วงเวลาสั่งใช้งาน ต้องสั่งใช้งานใน Planning Phase ทั้งหมด


     

           Defending phase (ช่วงป้องกัน)
 

  • เมื่อเข้าสู่ช่วง Defending Phase ความสามารถทุกอย่างที่เกิดเมื่อเริ่มต้น Defending Phase จะสามารถสั่งใช้งานได้ตรงนี้ โดยผู้เล่นสามารถเลือกลำดับของความสามารถที่เกิดเอง
     

  • ผู้เล่นสามารถสั่งใช้งาน Defending อีเวนท์ หรือความสามารถของยูนิตที่ระบุว่าใช้งานในช่วงนี้ได้
     

  • เมื่อผู้เล่นต้องประกาศจบ Defending Phase ของตน เพื่อให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามได้สิทธิ์ในการเล่น Combat Phase ของเขา



     

 

            Combat phase (ช่วงต่อสู้)

  • แต่ละยูนิตสามารถโจมตีได้ยูนิตละ 1 ครั้งในช่วง Combat phase และผู้เล่นเลือกทำการโจมตีแต่ละยูนิตทีละตัว
     

  • ผู้เล่นเลือกทิศทางสำหรับการโจมตีของยูนิตได้ทางเดียว และทิศทางนั้นต้องเป็นทิศทางที่มีสัญลักษณ์ลูกศรกำกับ
     

  • ยูนิตที่โจมตีจะทำความเสียหายให้กับยูนิตที่ถูกโจมตีเท่ากับค่า Power ซึ่งความเสียหายนี้จะค้างอยู่และสะสมจนกว่าจะจบ Combat phase นี้ เมื่อมีความเสียหายสะสมบนยูนิตจนเท่ากับ หรือมากกว่าค่า Health ของยูนิต ยูนิตนั้นจะพ่ายแพ้ทันที และถูกส่งไปยัง Defeated zone ในสภาพหงายหน้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




              End phase(ช่วงจบเทิร์น)
 

  • ถ้าผู้เล่นมีการ์ดในมือเกิน 7 ใบ ผู้เล่นต้องเลือกทิ้งการ์ดที่เกินมาไปที่ Retired zone

  • ถ้าผู้เล่นไม่มียูนิตใน Battlefield ในช่วง End phase ของตนเอง ผู้เล่นจะถือว่าแพ้ในเกมส์นี้

  • ค่า Command point ที่เหลือ จะถูก Reset เป็น 0

 

 

 


  • เมื่อผู้เล่นมีการ์ดใน Defeated zone ครบ 6 ใบ ผู้เล่นจะถือเป็นผู้แพ้ทันที

  • เมื่อผู้เล่นประกาศจบ End phase ของผู้เล่นโดยไม่มียูนิตของตนเองในสนาม จะถือว่าเป็นผู้แพ้ทันที

 

 


 

  • จำนวนการ์ดในกองการ์ดจะต้องมีไม่ต่ำกว่า 50 ใบ

  • ไม่สามารถใส่การ์ดชื่อเดียวกันได้มากกว่า 4 ใบ

  • ไม่สามารถใส่การ์ด Legendary Unit และ Unique Event ชื่อซ้ำกันในกองการ์ดได้

  • การ์ดทุกใบในกองการ์ดของผู้เล่นจะต้องเป็นการ์ดจากสังกัดเดียวกันทั้งหมด

 

 

 


 

  • โจมตีระยะไกล(Range Attack)

สามารถโจมตียูนิตที่อยู่ห่างออกไปได้ตลอดทั้งแถว ที่มีทิศการโจมตี

 

  • Deploying

เป็นความสามารถที่จะเกิดขึ้นเมื่อยูนิตนั้นเข้ามาในแบทเทิลฟิลด์

 

  • Casting

เป็นความสามารถที่จะเกิดขึ้นเมื่อเข้าเทิร์นของผู้เล่น
โดยที่ยูนิตนั้นไม่ถูกโจมตีในเทิร์นที่แล้ว

 

  • Marking

เป็นความสามารถที่เกิดเมื่อยูนิตที่มีความสามารถนี้ โจมตียูนิตคู่ต่อสู้
หลังจากนั้นยูนิตที่มีความสามารถโจมตีระยะไกลของเราโจมตียูนิตนั้นจะทำความเสียหายเพิ่มขึ้น 1,000 ตลอดเทิร์นนี้

 

  • Spoil

เป็นความสามารถที่เกิดขึ้นเมื่อยูนิตเจ้าของความสามารถทำให้ยูนิตฝ่ายตรงข้ามพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะเกิดจากการโจมตีหรือความสามารถอื่นๆก็ตาม

 

  • Formation X

เป็นความสามารถที่จะสามารถใช้งานหรือเกิดขึ้นเมื่อเรามียูนิตในสนามเราติดกันในลักษณะใดก็ได้ X ใบขึ้นไป(X คือจำนวนที่ระบุไว้ในความสามารถ)

 

 

Defending Phase

Combat Phase

End Phase

เงื่อนไขในการแพ้ชนะ

การจัดเด็ค

ชื่อความสามารถต่างๆ

Featured Posts
  • Google+ - White Circle
  • Twitter - White Circle
  • Facebook - White Circle

© 2017 by Commandeer TCG                                                                                                                                   
E-mail: commandeertcg@gmail.com
Tel: (66)85-1520522 , (66)813016679
148/4 Sukhumvit 22 Sukhumvit Road Klongtoey Bangkok 10110, Thailand